<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.ชี้7วันขนย้าย&#039;สไตรีน&#039;ตกค้างในหมิงตี้ไปเผาทำลายหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 13 ก.ค.&amp;nbsp;นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)พร้อมด้วย นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดี คพ. นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) พร้อมคณะ ร่วมติดตามการกำจัดของเสียอันตราย กรณีเหตุเพลิงไหม้ บริษัท หมิงตี้ จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า จากการนำสารสไตรีนที่เหลือจากกรณีเหตุเพลิงไหม้ บริษัท หมิงตี้ จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ มากำจัดทำลาย ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้เดินทางมาตรวจติดตามการเผาทำลาย ซี่งพบว่า กระบวนการเผาทำลายของเสียอันตรายจะต้องควบคุมอุณหภูมิ และระยะเวลาของไอของเสียที่เกิดจากการเผาทำลายให้อยู่ภายในเตาให้นานเพียงพอที่จะเผาไหม้หรือเผาทำลายได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยระบบการเผาไหม้แบบ 2 ห้องเผา ประกอบด้วย 1.ส่วนเผาไหม้ที่หนึ่ง เตาเผาแบบหมุน (Rotary Kiln) ออกแบบตามข้อกำหนดของ US.EPA. โดยทำการเผาของเสียอันตรายที่อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 850 องศาเซลเซียส 2.ส่วนเผาไหม้ที่สอง เตาเผาแบบแนวตั้ง (Secondary Combustion Chamber: SCR) ก๊าซที่เกิดขึ้นจากเตาเผาแบบหมุนจะเข้าสู่บริเวณเผาไหม้ส่วนที่สอง ซึ่งเป็นบริเวณที่การเผาไหม้จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ด้วยอุณหภูมิ 1,000 ถึง 1,200 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเผาไหม้ก๊าซเสีย สุดท้ายปล่อยทางปล่องเป็นไอน้ำ ไม่เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมีการวัดค่าอากาศปากปล่องผ่านระบบศูนย์ติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า ภายในห้องระบบปฏิบัติการ มีระบบควบคุมมลพิษ ซึ่งประกอบด้วย 1.ระบบป้องกันการเกิดสารไดออกซินในเถ้าหนัก (Bottom ash cooling system) 2.หอลดอุณหภูมิ (Partial Quench Tower) 3.ระบบฉีดปูนขาวและถ่านกัมมันต์ (Dry Lime &amp;amp; Activated Carbon Injection System) 4.ระบบถุงกรอง (Bag Filter House)) 5. ระบบทำความชื้นเถ้าเบา (Fly ash moisturizer) &amp;nbsp;6. ระบบกำจัดสารประกอบไนโตรเจน (Selective Catalytic Reduction) 7. ระบบการลดก๊าซที่มีกลิ่นโดยการดูดซับ (Adsorption) และ 8. ระบบลดไอกรดด้วยการดูดซึม (Packed Scrubber Tower) ซึ่งมลพิษทั้งหมดจะถูกกำจัด เหลือแต่ไอน้ำที่ปล่อยออกจากปล่องสู่สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ทางโรงงานยังมีระบบการตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) และส่งข้อมูลออนไลน์ไปยังนิคมอุตสาหกรรมและกรมโรงงานอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; สำหรับสารสไตรีนที่หลงเหลือจากเหตุเพลิงไหม้ บริษัท หมิงตี้ จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ คาดว่ามีประมาณ 1,000ตัน ขณะนี้ได้ขนย้ายไปแล้วประมาณ 360 ตัน คาดว่าจะใช้เวลาในการขนย้ายอีก 7-9 วัน และบริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) สามารถเผาทำลายได้ชั่วโมงละ 1 ตัน จะใช้เวลาประมาณ 40-50 วัน คพ.จะติดตามการขนย้ายและการเผาทำลายต่อไป ในส่วนของคุณภาพอากาศบริเวณใกล้เคียงบริษัท หมิงตี้ จำกัด ขณะนี้ได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว &amp;quot;นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109576</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารสไตรีน โมโนเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed6beb584d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.ตรวจสอบคุณภาพอากาศโรงงานหมิงตี้-ชุนชมในรัศมี1-2 กม.ไม่พบ&#039;สไตรีน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 7 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งโรงงานถูกเพลิงไหม้พังถล่มเสียหายทั้งหมด สร้างความเสียหายให้กับชุมชนและประชาชนโดยรอบ และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมาย คพ. ร่วมกับหน่วยงานใน ทส. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อยืนยันได้ว่าพี่น้องประชาชนจะมีความปลอดภัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า&amp;nbsp; จากการตรวจวัดวันที่ 7 ก.ค.&amp;nbsp; ณ เวลา 10.00 น. รายงานข้อมูลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในจังหวัดสมุทรปราการอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยผลการตรวจวัด สรุปได้ดังนี้ ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้ &amp;nbsp;5 &amp;ndash; 23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้ 17 &amp;ndash; 37 มคก./ลบ.ม. ก๊าซโอโซน (O3) เฉลี่ย 8 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 2 - 12 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) &amp;nbsp;ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 8 ชม. ตรวจวัดได้ 0.09 - 0.7 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1 ชม. ตรวจวัดได้ 7 - 12 ppb และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เฉลี่ย 1 ชม. ตรวจวัดได้ 1 - 6 ppb ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real time ของประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ Air4Thai.com และแอปพลิเคชัน Air4Thai&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการตรวจสอบไอระเหยสารเคมีในบรรยากาศ วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 &amp;ndash; 10.00 น. พบว่า บริเวณภายในโรงงานตรวจไม่พบทั้งสารสไตรีนและฟอร์มัลดีไฮด์ ,บริเวณภายนอกโรงงานบริเวณด้านหน้าโรงงานฯ ตรวจไม่พบสารสไตรีนและตรวจพบฟอร์มัลดีไฮด์ปริมาณ 0.007 ppm (ค่ามาตรฐาน 0.9 ppm) ซึ่งไม่เกินค่ามาตรฐาน และบริเวณชุมชนใกล้เคียงโรงงาน 3 จุด ในรัศมี 1-2 กิโลเมตร ตรวจไม่พบทั้งสารสไตรีน และฟอร์มัลดีไฮด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; คพ. ได้ประสานข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพบรรยากาศรายวันให้กับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อการตัดสินใจยุติการอพยพออกจากพื้นที่ต่อไป และจะเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำและมลพิษจากสารเคมีที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการแจ้งเตือน หากพบว่ามีค่ามลพิษสูงเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ &amp;quot;&amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108955</URL_LINK>
                <HASHTAG>คพ., มลพิษโรงงานกิ่งแก้ว, สารสไตรีน โมโนเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e56f5c46da2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จัก&#039;สไตรีนโมโนเมอร์&#039;สารพิษโรงงานผลิตพลาสติกระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตโฟมและพลาสติก พบว่ามีการปลดปล่อยสารอันตรายและก๊าซพิษ หนึ่งในสารอันตราย คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สารสไตรีน&amp;nbsp;โมโนเมอร์&amp;nbsp;(Styrene, Monomer)&amp;nbsp;เป็นของเหลวใสและข้นเหนียวน้ำหนักโมเลกุล 104.16 ถ้าสารมีอุณหภูมิ 31&amp;deg;C (88&amp;deg;F)&amp;nbsp;ขึ้นไปจะติดไฟและกลายเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายหากถูกเผาไหม้จะกลายเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์&amp;nbsp;(CO)&amp;nbsp;จำนวนมาก&amp;nbsp;มีอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สารอันตรายนี้ใช้ในการผลิตยางสังเคราะห์ และพลาสติก เรซิน สี ฉนวนที่เป็นโฟม ใช้ผลิตพลาสติกกับสารอื่น เช่น&amp;nbsp;Acrylonitrile- butadiene-&amp;nbsp;styrene plastics&amp;nbsp;ใช้ทำกระเป๋าแบบแข็ง&amp;nbsp;Acrylonitrile- styrene&amp;nbsp;plastics&amp;nbsp;
ใช้ในชิ้นส่วนรถยนต์และของใช้ในบ้านและบรรจุภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สารสไตรีน&amp;nbsp;โมโนเมอร์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;เป็นสารระเหย หากมีการปนเปื้อนในดินอาจนำไปสู่การปนเปื้อนในน้ำใต้ดิน เพราะสารนี้ไม่ค่อยจับตัวกับดิน ถ้าหายใจเข้าไปจะเกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ และลำคอ&amp;nbsp;มีอาการปวดศีรษะ มึนงง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และมึนเมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าได้รับสารปริมาณสูงจะมีอาการชักและเสียชีวิตได้ การหายใจเข้าไปในระยะนานๆ&amp;nbsp;แม้ว่าความเข้มข้นต่ำจะทำให้อาจมีอาการทางสายตา&amp;nbsp;การได้ยินเสื่อมลง และการตอบสนองช้าลง ส่วนผลในระยะยาวนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ถ้าเข้าตาจะเคืองตา ถ้าถูกผิวหนังจะรู้สึกระคายผิว ถ้าสารซึมเข้าผิวหนังจะมีอาการเหมือนหายใจเข้าไป ทำให้ผิวแดง แห้งและแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวทางการดับเพลิงให้ใช้น้ำยาประเภทคาร์บอนไดออกไซด์หรือเคมีแห้งหรือโฟมปิดคลุม ห้ามฉีดน้ำเป็นลำ
ไปยังถังที่ถูกเพลิงไหม้โดยตรง&amp;nbsp;แต่อาจให้ฉีดเป็นละอองฝอยเพื่อควบคุมควันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ในระยะเวลา 1&amp;nbsp;ชั่วโมง คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระดับที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปริมาณ 20&amp;nbsp;&amp;nbsp;พีพีเอ็ม&amp;nbsp;หากสูงกว่าระดับนี้ อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระดับที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปริมาณ 130 &amp;nbsp;พีพีเอ็ม&amp;nbsp;หากสูงกว่าระดับนี้ อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรงในระดับที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และควรมีการอพยพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระดับที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในปริมาณ 1100&amp;nbsp;พีพีเอ็ม หากสูงกว่าระดับนี้ อาจเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงถึงขั้นสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ออกจากพื้นที่เกิดเหตุไปยังสถานที่อากาศบริสุทธิ์ในบริเวณเหนือลมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ถอดเสื้อผ้สและรองเท้าที่ปนเปื้อนออกทันที และล้างบริเวณผิวหนังหรือดวงตาที่ได้รับสัมผัสกับสารเคมีด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ติดตามสถานการณ์เป็นระยย และอพยพออกนอกพื้นที่เพิ่มเติม เมื่อได้รับคำสั่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และย้ายกลับที่ตั้งเมื่อได้รับแจ้งยืนยันความปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและภาพอินโฟกราฟฟิก กรมควบคุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108758</URL_LINK>
                <HASHTAG>สารพิษโรงงานกิ่งแก้ว, สารสไตรีน โมโนเมอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e339370b040.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
